Menu Close

พลังแม่วัว

สู่ความยั่งยืน

ใน “แคลิฟอร์เนีย” ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น “รัฐสีทอง” (Golden State) เนื่องจากเป็นดินแดนที่อุดมด้วยแสงแดด เกษตรกรฟาร์มโคนมถือเป็นผู้นำที่มุ่งมั่นสร้างอนาคตที่สะอาดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้นให้กับคนรุ่นหลัง ครอบครัวเกษตรกรฟาร์มโคนมเหล่านี้เป็นผู้นำระดับโลกในด้านการทำฟาร์มอย่างยั่งยืนและในการผลิตผลิตภัณฑ์จากนมที่อุดมคุณค่าทางโภชนาการและดีต่อผืนโลกซึ่งผู้บริโภคชื่นชอบ ฟาร์มโคนมในแคลิฟอร์เนียมีความก้าวหน้าในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมาก ทั้งยังยึดมั่นในพันธกิจที่จะขับเคลื่อนโลกไปสู่การทำฟาร์มอย่างยั่งยืน

เกษตรกรฟาร์มโคนมสนับสนุนพันธกิจด้านการบริหารจัดการฟาร์มโคนมแห่งสหรัฐอเมริกาอย่างยั่งยืน (U.S. Dairy Stewardship Commitment) โดยให้คำปฏิญาณที่จะผลิตผลิตภัณฑ์จากนมด้วยความรับผิดชอบ รวมทั้งนำเสนอน้ำนมที่อุดมคุณประโยชน์สำหรับชุมชนต่าง ๆ อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับพันธกิจด้านการบริหารจัดการฟาร์มโคนมแห่งสหรัฐอเมริกาอย่างยั่งยืนได้ที่: http://commitment.usdairy.com/

ทุ่งหญ้า

เลี้ยงสัตว์

ครอบครัวเกษตรกรฟาร์มโคนมแห่งแคลิฟอร์เนีย

ให้ความสำคัญกับการสร้างอนาคตที่สะอาดและยั่งยืนยิ่งขึ้น

เลิกใช้น้ำมันดีเซล

ฟาร์มโคนมในแคลิฟอร์เนียมากกว่า 99 แห่ง เลิกใช้น้ำมันดีเซลสำหรับรถบรรทุกขนาดใหญ่ แล้วหันมาใช้เชื้อเพลิงที่มีปริมาณการปล่อยคาร์บอนติดลบ (Carbon-Negative Transportation Fuel) แทน ถือเป็นการ “ติดลบ” ที่ให้ผล “เชิงบวก” อย่างแท้จริง

มุ่งลดการปล่อยมลพิษ

ผู้ประกอบการฟาร์มในแคลิฟอร์เนียมุ่งมั่นดำเนินงานตามเป้าหมายที่จะลดการปล่อยก๊าซมีเทน

ลดการสูญเสีย
โดยเปล่าประโยชน์

สำหรับฟาร์มโคนมในแคลิฟอร์เนีย น้ำทุกหยดถูกใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างคุ้มค่าสูงสุด เริ่มตั้งแต่การนำน้ำสะอาดมาใช้หล่อให้น้ำนมเย็นตัวลง จากนั้นจึงนำมาทำความสะอาดแม่วัวก่อนจะเก็บไว้ใช้ชะล้างมูลวัวออกจากพื้นคอก เท่านั้นยังไม่พอ ยังนำมาใช้รดพืชผลที่เป็นอาหารสัตว์ อาทิ ข้าวโพด และหญ้าอัลฟัลฟ่า (Alfalfa) ต่อด้วย

ไม่มีขยะที่สูญเปล่า

ส่วนประกอบมากกว่า 40% ของอาหารสัตว์ที่ใช้ในฟาร์มโคนมของรัฐแคลิฟอร์เนียเป็นกากของเหลือทางการเกษตร อาทิ เปลือกอัลมอนด์ เยื่อมะเขือเทศ และกากเบียร์ (Brewer’s Grain)  ซึ่งช่วยลดการนำกากของเหลือเหล่านี้ไปทิ้งเป็นขยะฝังกลบได้ราว 10,275 ตัน

ทำงานเพื่อสร้างงาน

ภาคอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์จากนมของรัฐแคลิฟอร์เนียมีการจ้างงานราว 180,000 ตำแหน่งในระบบเศรษฐกิจของรัฐฯ ซึ่งถือเป็นการสร้างงานจำนวนมากทีเดียวในระดับมลรัฐ

ขุมพลังจาก
พลังงานแสงอาทิตย์

ฟาร์มโคนมในแคลิฟอร์เนียผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ต่อปีเพียงพอสำหรับจ่ายกระแสไฟฟ้าให้แก่บ้าน 30,000 หลัง พลังงานแสงอาทิตย์เหล่านี้ถือเป็นพลังงานสะอาดที่ดีต่ออนาคต

เพื่ออนาคตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมยิ่งขึ้น

มาค้นหาคำตอบไปด้วยกันว่า
ครอบครัวเกษตรกรฟาร์มโคนมในรัฐแคลิฟอร์เนีย
ผลิตอาหารที่ดีต่อผู้คนและผืนโลกอย่างไร

เส้นทางสู่ความยั่งยืนของฟาร์มโคนมในแคลิฟอร์เนีย

วิถีผู้นำระดับโลก / ความก้าวหน้าที่ตรวจวัดได้ / อนาคตที่สดใสกว่า

© 2563 คณะกรรมการที่ปรึกษาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นมแห่งแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งของสำนักงานอาหารและการเกษตรแห่งรัฐแคลิฟอร์เนีย ได้รับเงินทุนสนับสนุนจากครอบครัวเกษตรกรฟาร์มโคนมในรัฐแคลิฟอร์เนีย

แคลิฟอร์เนีย

ในฐานะรัฐผู้ผลิตผลิตภัณฑ์จากนมที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกามาตั้งแต่ปี 2536 ปัจจุบัน แคลิฟอร์เนียผลิตน้ำนมคิดเป็นสัดส่วน 1 ใน 5 ของปริมาณน้ำนมทั้งหมดที่ผลิตได้ในสหรัฐอเมริกา ให้คุณค่าทางโภชนาการแก่ผู้บริโภคทั้งในสหรัฐอเมริกาและประเทศต่างๆ ทั่วโลก ผลิตภัณฑ์ทุกชนิดที่มีตราสัญลักษณ์ Real California Milk ผลิตจากนมที่อุดมคุณประโยชน์ต่อร่างกายซึ่งมาจากแคลิฟอร์เนีย รัฐที่ได้สมญานามว่า “รัฐสีทอง” ซึ่งเกษตรกรโคนมที่นั่นเชื่อในแนวคิดเรื่อง Real Food หรืออาหารที่ผ่านการปรุงแต่งน้อยที่สุดเพื่อคงคุณประโยชน์จากธรรมชาติสูงสุด ผลิตโดยครอบครัวเกษตรกรฟาร์มโคนมที่ให้ความสำคัญกับอนาคตที่สะอาดและยั่งยืนยิ่งกว่า สำหรับครอบครัวเกษตรกรฟาร์มโคนมในแคลิฟอร์เนีย ความยั่งยืนไม่ได้หมายถึงแค่การทำให้ดีพอ แต่หมายถึงการทำให้ดีที่สุดและสืบสานเจตนารมณ์ในการผลิตอาหารที่ดีต่อผู้คนและผืนโลก...ทั้งในปัจจุบันและอนาคต

ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกหรือ “คาร์บอนฟุตพริ้นท์” (Carbon Footprint) ของฟาร์มโคนมในรัฐแคลิฟอร์เนีย ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องมาหลายทศวรรษ คิดเป็นสัดส่วนราว 45% ในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา (2507-2557) อีกทั้งยังจัดอยู่ในกลุ่มที่มีปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยที่สุดในโลกต่อการผลิตนมหนึ่งแกลลอน อย่างไรก็ตาม เกษตรกรฟาร์มโคนมในแคลิฟอร์เนียไม่ได้หยุดอยู่แค่ความสำเร็จดังกล่าว พวกเขายังคงมุ่งมั่นลดการปล่อยมลพิษสู่ชั้นบรรยากาศและปัจจุบันได้ดำเนินงานมาแล้วกว่าครึ่งทางเพื่อมุ่งสู่การบรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายระดับรัฐในการลดการปล่อยก๊าซมีเทนจากมูลสัตว์ให้ได้อีก 40% ภายในปี 2573

ทั้งนี้ เกษตรกรฟาร์มโคนมลดปริมาณ ‘คาร์บอนฟุตพริ้นท์’ ด้วยการใช้กลยุทธ์หลักที่ครอบคลุมการดักจับก๊าซมีเทนจากมูลวัวไว้ในบ่อหมักและนำไปแปรรูปเป็นพลังงานสะอาดสำหรับใช้กับยานยนต์ บ้าน และธุรกิจต่าง ๆ ถือเป็นประโยชน์ต่อทั้งเกษตรกรและสิ่งแวดล้อม โดยช่วยป้องกันไม่ให้ก๊าซมีเทนถูกปล่อยออกไปในชั้นบรรยากาศ ทั้งยังนำมาใช้เป็นแหล่งพลังงานแทนเชื้อเพลิงฟอสซิล ดังนั้น ตราบใดที่ยังมีแม่วัว ผู้บริโภคย่อมสามารถเข้าถึงแหล่งพลังงานหมุนเวียนที่สะอาดและมีคาร์บอนต่ำปริมาณมากได้อย่างแน่นอน

พันธกิจด้านสภาพภูมิอากาศ

การพัฒนาบ่อหมักในฟาร์มโคนมของรัฐแคลิฟอร์เนียมีความเจริญรุดหน้าอย่างมาก โดยเติบโตเป็นสองเท่าจากปี  2559  โครงการเหล่านี้คาดว่าจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 28 ล้านเมตริกตันของปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (CO2-equivalent) ในช่วง 20 ปีข้างหน้า ซึ่งเทียบเท่าการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากรถยนต์นั่งมากกว่า 5.9 ล้านคัน หรือการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากการใช้ไฟฟ้าในบ้าน 4.7 ล้านหลัง เป็นเวลาหนึ่งปี

นอกจากจะผลิตน้ำนมที่อุดมคุณประโยชน์แล้ว แม่วัวแคลิฟอร์เนียยังสามารถผลิตเชื้อเพลิงได้ถึง 60 ล้านแกลลอนต่อปีสำหรับขับเคลื่อนรถขนส่งสินค้าใช้งานหนัก ถือเป็นการใช้พลังงานหมุนเวียนประเภทไบโอดีเซลทดแทนน้ำมันดีเซลจากฟอสซิล ที่น่าประทับใจมากไปกว่านั้นก็คือ ก๊าซธรรมชาติซึ่งเป็นพลังงานหมุนเวียนที่ผลิตจากก๊าซชีวภาพในฟาร์มโคนมชนิดนี้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับการคมนาคมขนส่งที่มีปริมาณคาร์บอนติดลบ โดยคณะกรรมการทรัพยากรอากาศของรัฐแคลิฟอร์เนีย (California Air Resources Board) ได้ประเมินระดับคะแนนความเข้มข้นของคาร์บอนไว้ที่ -255  เมื่อเปรียบเทียบกับระดับความเข้มข้นของคาร์บอนที่เกิดจากยานยนต์ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าซึ่งอยู่ที่ 29 จะพบว่าเชื้อเพลิงชีวภาพจากฟาร์มโคนมมีประสิทธิภาพในการลดปริมาณคาร์บอนมากกว่าถึงเกือบ 10 เท่า นอกจากจะใช้เป็นเชื้อเพลิงเติมยานยนต์แล้ว ก๊าซมีเทนจากฟาร์มโคนมยังสามารถใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าสำหรับบ้านและชุมชนได้ด้วย ก๊าซมีเทนที่ผลิตจากแม่วัวเพียง 5 ตัวสามารถนำไปใช้เพื่อจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับบ้าน 1 หลังได้ตลอดทั้งปี ซึ่งนั่นหมายความว่าฟาร์มโคนมในแคลิฟอร์เนียมีศักยภาพในการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับบ้านหลายพันหลังทั่วทั้งแคลิฟอร์เนียได้ทุกปี

ฟาร์มโคนมยังสามารถเปลี่ยนแสงแดดอุ่นในแคลิฟอร์เนียให้เป็นกระแสไฟฟ้าสำหรับใช้ในฟาร์มได้ด้วย ฟาร์มโคนมในแคลิฟอร์เนียมากกว่า 115 แห่ง ผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ ช่วยลดการใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล และให้พลังงานมากกว่า 180 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) ต่อปี เพียงพอที่จะตอบสนองความต้องการใช้ไฟฟ้าของบ้าน 30,000 หลัง ในเขตทูลาเร (Tulare County) ซึ่งเป็นเขตปกครองส่วนท้องถิ่นที่เป็นแหล่งผลิตผลิตภัณฑ์จากนมที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา ฟาร์มโคนม 25% ในเขตนี้ผลิตพลังงานแสงอาทิตย์เพียงพอที่จะชดเชยการปล่อยมลพิษจากรถยนต์ 17,000 คัน

การใช้น้ำอย่างชาญฉลาด

ปริมาณการใช้น้ำทั้งทางตรงและทางอ้อม หรือ “วอเตอร์ฟุตพริ้นท์” (Water Footprint) ในการผลิตนมแคลิฟอร์เนีย 1 แก้ว ปรับตัวลดลงต่อเนื่องมาหลายทศวรรษในสัดส่วนไม่น้อยเลยทีเดียว  ปริมาณน้ำที่ใช้ผลิตนม 1 หน่วยลดลงมากกว่า 88% เมื่อเทียบกับ 50 ปีที่ผ่านมา  การรีไซเคิลน้ำหรือการนำน้ำกลับมาใช้ใหม่เป็นเรื่องปกติของฟาร์มโคนมในแคลิฟอร์เนีย ส่งผลให้น้ำแต่ละหยดในฟาร์มถูกนำไปใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าเป็น 4 เท่า น้ำสะอาดถูกใช้เพื่อล้างโรงรีดนม อุปกรณ์ต่าง ๆ และเพื่อทำให้ถังนมเย็น จากนั้นจะถูกนำกลับมาใช้ทำความสะอาดแม่วัวและเก็บไว้ในบ่อพัก เพื่อนำกลับมาใช้ซ้ำอีกหลายครั้งในการชำระล้างมูลวัวจากพื้นคอก น้ำจากบ่อพักจึงอุดมด้วยสารอาหารที่จำเป็นสำหรับพืชซึ่งพบในมูลวัวธรรมชาติ ด้วยเหตุนี้จึงถูกนำมาใช้เป็นปุ๋ยสำหรับพืชไร่ที่ใช้เป็นอาหารของแม่วัวต่อไป กระบวนการรีไซเคิลดังกล่าวไม่เพียงช่วยลดปริมาณความต้องการใช้น้ำจืดได้อย่างมาก แต่ยังลดความต้องการใช้สารอาหารสังเคราะห์สำหรับพืชด้วย จึงส่งผลต่อเนื่องให้ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของฟาร์มโคนมลดลง เนื่องจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการผลิตปุ๋ยลดน้อยลงนั่นเอง

ฟาร์มโคนมในแคลิฟอร์เนียที่ทดลองใช้ระบบการให้น้ำแบบหยด (Drip Irrigation) สำหรับการปลูกพืชไร่ที่ใช้เป็นอาหารแม่วัวมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะส่งผลดีในอนาคต เกษตรกรฟาร์มโคนมรุ่นแรก ๆ ที่นำระบบนี้มาใช้ได้ปริมาณพืชผลต่อน้ำ 1 หยดมากกว่า โดยใช้น้ำน้อยลง 47% ขณะที่ปริมาณผลผลิตเพิ่มขึ้นและพืชผลมีความแข็งแรงมากขึ้น จากการศึกษาภาคสนามกับเกษตรกรฟาร์มโคนมมากกว่า 20 รายเป็นเวลา 3 ปี พบว่าสามารถประหยัดน้ำได้มากกว่า 3.1 พันล้านแกลลอน ซึ่งมากพอที่จะตอบสนองความต้องการใช้น้ำต่อปีของผู้ที่อาศัยอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนียถึง 100,000 คน

การดูแลแม่วัว

การดูแลแม่วัวของฟาร์มโคนมในแคลิฟอร์เนียตั้งอยู่บนพื้นฐานของการให้อาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการคุณภาพสูง ที่พักที่สะดวกสบาย การดูแลโดยสัตวแพทย์มืออาชีพ และการฝึกอบรมพนักงานอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ ฟาร์มโคนมในแคลิฟอร์เนียยังสนับสนุนมาตรฐานและความโปร่งใสในการดำเนินงานผ่านโครงการที่มุ่งส่งเสริมให้เกษตรกรฟาร์มโคนมแห่งสหรัฐอเมริกาบริหารงานด้วยความรับผิดชอบ (National Dairy Farmers Assuring Responsible Management Program: FARM) ปัจจุบัน ผลผลิตน้ำนมในสหรัฐอเมริกามากกว่า 98% มาจากฟาร์มที่เข้าร่วมโครงการฯ แคลิฟอร์เนียมีบทบาทเป็นผู้นำในโครงการฯ นี้มาตั้งแต่แรก โดยเป็นรัฐแรกที่นำโครงการไปปรับใช้ในปี 2553

โครงการ FARM กำหนดแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับแม่วัวและลูกวัวในฟาร์ม โดยฟาร์มโคนมแต่ละแห่งจะได้รับการประเมินโดยบุคลากรที่ถูกส่งลงตรวจสถานที่จริงเพื่อให้มั่นใจว่าการปฏิบัติงานเป็นไปตามมาตรฐานที่โครงการฯ กำหนด นอกจากนี้ ยังมีการส่งบุคคลที่สามลงตรวจประเมินอย่างอิสระเป็นประจำทุกปีเพื่อให้มั่นใจในความเที่ยงตรงของโครงการฯ  ฟาร์มที่ไม่ได้มาตรฐานจะได้รับแผนปฏิบัติการแก้ไขภาคบังคับ (Mandatory Corrective Action Plan) หากปัญหาที่ระบุไม่ได้รับการแก้ไขจะไม่ได้รับอนุญาตให้จำหน่ายน้ำนมให้กับผู้ประกอบการแปรรูปที่ได้รับการรับรองจากโครงการ FARM อีกต่อไป

แม่วัวยังเป็นประโยชน์ต่อกระบวนการ “อัพไซเคิล” (Upcycle) โดยส่งต่อสารอาหารจากพืชที่ทานผ่านน้ำนมมีคุณประโยชน์ทางโภชนาการให้กับมนุษย์ ทั้งนี้ การให้อาหารผสมสำเร็จรูป (Total Mixed Ration: TMR) ถือเป็นเรื่องปกติของฟาร์มโคนมในแคลิฟอร์เนีย อาหารดังกล่าวเกิดจากการผสมวัตถุดิบอาหารสัตว์ (Feedstuff) หลากชนิดที่จำเป็นต่อสุขภาพและภาวะโภชนาการของแม่วัวเข้าด้วยกัน อาทิ หญ้าอัลฟัลฟ่าแห้ง ข้าวโพด ข้าวสาลี และพืชตระกูลหญ้าอื่น ๆ อาหารผสมสำเร็จรูปที่ฟาร์มในแคลิฟอร์เนียใช้มีความแตกต่างจากที่อื่นเพราะมีสัดส่วนของกากของเหลือปริมาณสูง ซึ่งได้จากพืชไร่หลากหลายชนิดในแคลิฟอร์เนีย อาทิ เปลือกอัลมอนด์ เยื่อผลไม้ตระกูลส้ม เยื่อมะเขือเทศ แครอทที่ถูกคัดทิ้ง และผลผลิตประเภทนี้ชนิดอื่น ๆ ที่ผู้บริโภคไม่ใช้แต่เป็นอาหารที่มีคุณค่าและดีต่อสุขภาพของแม่วัว ฟาร์มโคนมในแคลิฟอร์เนียมีกากของเหลือที่ใช้เป็นอาหารแม่วัวได้คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 40% ของความต้องการอาหารเลี้ยงแม่วัวทั้งหมด การนำกากของเหลือมาใช้เป็นอาหารสัตว์ไม่เพียงให้คุณค่าทางโภชนาการต่อแม่วัว แต่ยังลดความจำเป็นในการปลูกพืชไร่เพิ่มเติม จึงช่วยประหยัดน้ำ ที่ดิน พลังงาน และลดการปล่อยมลพิษ  ทั้งยังช่วยลดการทิ้งกากของเหลือจากอาหารไปเป็นขยะฝังกลบได้ถึง 10 ตันต่อวัน หรือเทียบเท่าปริมาณขยะที่จัดเก็บโดยรถบรรทุกขยะ 570 คัน

ผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อสุขภาพ

ผลิตภัณฑ์จากนมแคลิฟอร์เนียแท้เป็นที่รู้จักดีในเรื่องการดำเนินงานตามแนวคิดเรื่องความยั่งยืน  นอกจากเกษตรกรฟาร์มโคนมในแคลิฟอร์เนียจะได้ประโยชน์ด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว ผู้บริโภคยังได้ผลิตภัณฑ์จากนมแคลิฟอร์เนียที่มีคุณภาพและอุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการเพื่อเสริมสร้างสุขภาพและสุขภาวะของทุกคนในครอบครัวให้แข็งแรงในราคาประหยัด น้ำนมธรรมชาติอุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินดี สารอาหารที่จำเป็น 9 ชนิด และโปรตีนคุณภาพสูง  ผลการวิจัยเมื่อไม่นานมานี้ชี้ให้เห็นว่าการบริโภคผลิตภัณฑ์จากนมในมื้ออาหารช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ เสริมสร้างความหนาแน่นของมวลกระดูก และลดความเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน

ชุมชนที่รุ่งเรือง

ฟาร์มโคนมในแคลิฟอร์เนียเป็นมากกว่าแหล่งอาหารที่สำคัญ โดยยังเป็นแหล่งสร้างงานและกิจกรรมทางเศรษฐกิจสำหรับชุมชนท้องถิ่นทั่วทั้งมลรัฐ นอกจากจะช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงทางเลือกด้านอาหารที่ดีต่อสุขภาพ มีคุณค่าทางโภชนาการสูง และราคาประหยัดแล้ว รายได้จากภาษีที่เกี่ยวข้องกับการทำงานในฟาร์มโคนมของรัฐแคลิฟอร์เนียยังถูกนำไปใช้เป็นเงินทุนสำหรับการศึกษาขั้นพื้นฐาน (K-12 Education) ระบบขนส่งสาธารณะ และการบริการสุขภาพระดับท้องถิ่น  กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับฟาร์มโคนมในปี 2561 ได้สร้างงานให้กับทุกเขตทั่วทั้งรัฐแคลิฟอร์เนีย โดยเฉพาะเขตซานวาคีน แวลลีย์ (San Joaquin Valley) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์ของรัฐฯ

ชุมชนฟาร์มโคนมที่แข็งแกร่งของรัฐแคลิฟอร์เนียช่วยให้ครอบครัวเกษตรกรเจริญรุ่งเรือง โดยครอบครัวเกษตรกรจำนวนมากในกลุ่มนี้เลี้ยงและดูแลแม่วัวสืบทอดต่อกันมาหลายรุ่น